ก.แรงงาน หาแนวทางปรับอัตราค่าจ้างตามฝีมือให้สอดคล้องนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท (11/8/2011)

ปลัดกระทรวงแรงงาน กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมศึกษา วิเคราะห์ หาแนวทางและมาตรการในการขยับเพดานอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือให้สอดคล้องกับนโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ชี้มีหลายสาขาต่ำกว่า 300 บาท

10 สิงหาคม 2554 เวลา 08.00 น. ณ ห้องรับรองสำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน นายสมเกียรติ ฉายะศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในการประชุมหารือข้อราชการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน (Morning Brief) ว่า ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์สร้างความรู้ ความเข้าใจแก่นายจ้าง ลูกจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ สถานศึกษา หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องรวมถึงสื่อมวลชน และอาสาสมัครแรงงาน เกี่ยวกับประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 11 สาขาอาชีพแรก ซึ่งบังคับใช้แล้ว เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2554 และในส่วนที่เพิ่มอีก 11 สาขาอาชีพ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 ตุลาคม 2554 รวมถึงการตั้งเป้าจะดำเนินการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือให้ได้ 120 สาขาอาชีพภายในกลางปีหน้าขณะเดียวกันก็ได้ให้คณะอนุกรรมการค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ไปศึกษาวิเคราะห์ หาแนวทาง และมาตรการที่เหมาะสมในการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือให้สอดคล้องกับนโยบายในการปรับขึ้นค่าจ้างขึ้นต่ำ 300บาทต่อวันของรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากขณะนี้อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือในหลายสาขา ยังต่ำกว่า 300 บาท

ทั้งนี้ อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงานใน 11 สาขาอาชีพแรก ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2554 เช่น ช่างซ่อมรถยนต์ ระดับ 1 ได้ 275 บาท ระดับ 2 ได้ 360 บาท ระดับ 3 ได้ 445 บาท ผู้ประกอบอาหารไทย ระดับ 1 ได้ 280 บาท ระดับ 2 ได้ 360 บาท และช่างซ่อมไมโครคอมพิวเตอร์ระดับ1 ได้ 300 บาท ระดับ 2 ได้ 400 บาท ระดับ 3 ได้ 500บาท การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ เป็นการมุ่งให้ความคุ้มครองดูแลทั้งลูกจ้างและนายจ้างให้ได้รับประโยชน์และเป็นธรรม เพื่อให้แรงงานที่มีฝีมือและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติแต่ละระดับ ได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมและเป็นธรรม ส่วนผู้ประกอบการได้แรงงานที่มีคุณภาพ แต่ในขณะนี้จะเห็นได้ว่า อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน ใน 11 สาขาอาชีพดังกล่าวส่วนใหญ่จะมีอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 300 บาท นับเป็นการกระตือรือร้นที่จะยกระดับค่าจ้างแรงงานให้ได้มาตรฐานเหมาะสมกับฝีมือแรงงาน ที่จะเป็นการกระตุ้นให้ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับให้เหมาะสมตามไปด้วย